ถามตอบทุกเรื่องของ MashCamp

Mashup คืออะไร?

Mashup คือ Application ที่นำข้อมูลจากสองแหล่งขึ้นไปมาผสมรวมกันกลายเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น นำข้อมูลการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆ มารวมกับแผนที่ Google Maps กลายเป็นเว็บแผนที่แสดงการเกิดอาชญากรรม นำแผนที่ Google Maps มารวมกับภาพถ่ายของสถานที่ท่องเที่ยว กลายเป็นเว็บแผนที่แหล่งท่องเที่ยว หรือนำภาพถ่ายของสถานที่ท่องเที่ยวมารวมกับรายชื่อโรงแรม กลายเป็นเว็บท่องเที่ยวที่สามารถขายห้องพักได้ด้วย

เทคนิคในการดึงข้อมูลมาจากแหล่งอื่นที่นิยมใช้กันก็คือผ่านทาง API แต่ยังมีเว็บไซต์อีกจำนวนมากที่ไม่มี API นักพัฒนาจึงต้องใช้เทคนิค Screen Scraping แทน ซึ่งเป็นการเขียนโปรแกรมเพื่อสกัดเอาข้อมูลที่ต้องการออกมาจากหน้าเว็บไซต์ วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากกว่าเมื่อเทียบกับ API


API คืออะไร?

API หรือ Application Programming Interface คือรูปแบบคำสั่งที่นักพัฒนาจะต้องเรียกใช้เมื่อต้องการเข้าถึงข้อมูลบนเว็บไซต์ที่มีการเปิด API ไว้ให้ การเข้าถึงข้อมูลอาจเป็นทั้งการนำข้อมูลออกมา หรือเป็นการส่งข้อมูลเข้าไปก็ได้ API จึงเป็นเสมือนภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้คุยกับคอมพิวเตอร์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

นอกจากการนำ API มาใช้สร้าง Mashup แล้ว API ยังถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เว็บไซต์ด้านอีคอมเมิร์ซสามารถนำ PayPal API มาผนวกไว้ในเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อใช้รับชำระเงินจากลูกค้า หรือ Amazon มี API ที่เปิดให้เจ้าของเว็บทั่วไปสามารถนำสินค้าที่ขายอยู่บน Amazon ไปขายในเว็บไซต์ตัวเอง โดยเจ้าของเว็บจะได้รับคอมมิสชั่นเมื่อมียอดขายเกิดขึ้น เป็นต้น

ตัวอย่างของเว็บไซต์ที่มี API

ดูรายชื่อเว็บไซต์มากกว่านี้ได้ที่ http://www.programmableweb.com/apis/directory

จุดเริ่มต้นของ MashCamp Bangkok

ในงานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ 6 ได้มีการเสวนาว่าจะทำอย่างไรให้เว็บไซต์ไทยโกอินเตอร์ได้ ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาก็คือเว็บไซต์ต่างประเทศหลายแห่งต่างก็มี API ที่เปิดให้นักพัฒนาสามารถนำข้อมูลจากเว็บไซต์นั้นมาสร้าง Application ต่อยอดขึ้นมาได้ แต่พอลองนึกชื่อเว็บไซต์ไทยที่มี API ดูกลับนึกไม่ออกเลย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยจึงมีแนวคิดที่จะจัดงานสัมมนาเพื่อกระตุ้นให้คนในวงการเว็บไซต์ไทย ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาหรือนักบริหาร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการมี API

แต่การสัมมนาที่คุยกันแต่เรื่อง API ก็ดูจะเป็นเทคนิคอลมากเกินไป จึงมีการขยายประเด็นให้กว้างขึ้น ครอบคลุมถึงการนำ API มาใช้สร้าง Mashup Application ด้วย ซึ่งเรื่อง Mashup เป็นเรื่องของแนวคิดและไอเดียมากกว่าเรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ คนที่ไม่รู้เรื่อง API เลยก็สามารถเสนอไอเดียสร้างสรรค์ Mashup Application ใหม่ๆ ได้ไม่ยาก

รูปแบบของงาน MashCamp Bangkok จะถูกจัดขึ้นแบบ User-generated conference ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ BarCamp Bangkok ทั้งนี้เพื่อให้นักพัฒนาเว็บและผู้ที่อยู่ในวงการอินเทอร์เน็ตได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอเนื้อหาที่ตัวเองอยากพูดได้ ประกอบกับในต่างประเทศเคยมีการจัดงาน Mashup Camp จนประสบความสำเร็จมาแล้ว ซึ่งเราก็อยากเห็นงานของไทยประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน

ไม่กล้าำเสนอหัวข้อเพราะหัวข้อของคนอื่นมีแต่ระดับเทพ?

ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะอยากฟังแต่หัวข้อเทพๆ หัวข้อธรรมดาๆ ก็น่าสนใจได้ จากงาน BarCamp Bangkok ครั้งที่ผ่านมาก็พิสูจน์ได้ว่าหัวข้อที่มีผู้เข้าฟังสูงสุดไม่ได้เป็นหัวข้อที่คุยเรื่องไอทียากๆ เลย

ทำอย่างไรให้คนโหวตหัวข้อของฉัน?

ความลับของการได้รับการโหวตอยู่ที่ชื่อหัวข้อและการหาเสียง

ถ้าชื่อหัวข้อที่คุณเสนอออกแนวเทคนิคอลแบบที่มีเฉพาะ Geek ที่เข้าใจได้ อาจทำให้คนอื่นๆ ไม่เข้าใจว่าคุณจะนำเสนออะไร คุณก็ควรจะเขียนอธิบายด้วยภาษาคนปกติด้วยว่าหัวข้อของคุณเกี่ยวกับอะไร จะมีประโยชน์ต่อผู้เข้าฟังอย่างไร

นอกจากนี้ การพูดกับผู้เข้าร่วมงานคนอื่นๆ เพื่อโฆษณาหาเสียงให้กับหัวข้อของคุณ ก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใด อธิบายสักนิดว่าหัวข้อของคุณดีอย่างไร ชักชวนให้ช่วยลงคะแนนกันสักหน่อย ถ้ามีคนลงคะแนนให้คุณเพียงแค่ไม่กี่คน คุณก็มีโอกาสได้พูดในงานนี้แล้ว

บางคนเตรียมหัวข้อมาได้น่าสนใจมาก มีแนวโน้มว่าจะได้รับการโหวตแน่นอน แต่กลับตกม้าตายเพราะมาเสนอหัวข้อก่อนปิดโหวตเพียงแค่ 5 นาที ทำให้คนลงคะแนนให้ไม่ทัน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น คุณควรเริ่มเสนอหัวข้อตั้งแต่เวลา 10.00 น.

แต่ถ้าท้ายที่สุดแล้วหัวข้อของคุณไม่ได้รับการโหวตให้พูด ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียใจแต่อย่างใด เพราะคุณยังสามารถเผยแพร่สิ่งที่คุณอยากนำเสนอในบล็อกของคุณเองได้ สิ่งที่คุณรู้จะมีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ แน่นอน