ระดมความคิดถกปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้( 25 มิ.ย.) ศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย จัดโครงการเสวนาเรื่อง "พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กับอนาคตอุตสาหกรรมเว็บไทย"  โดยได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย อาทิ สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย และผู้ให้บริการ ISP สมาคมผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ต และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการเสวนาครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการเสวนามีความเข้าใจผลกระทบต่อการใช้พระราชบัญญัติฯ ที่มีต่ออุตสาหกรรมเว็บไทย และได้แลกเปลี่ยนแนวคิด ตลอดจนซักถามข้อสงสัยกับวิทยากรเพื่อให้เกิดความเข้าใจ พระราชบัญญัติฯ ไปใช้ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเว็บไทย โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเว็บไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้อง 

นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ อุปนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.คอมฯ ดังกล่าว ต้องการให้ผู้ประกอบการทุกหน่วยงานเก็บชิพในส่วนที่เป็นการจราจรทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นหลักฐานในการสืบย้อนกลับไปหาผู้กระทำความผิดได้ ทั้งนี้ จำเป็นต้องรู้เส้นทางการสื่อสารและจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด  เริ่มตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อมาทาง ISP การส่งข้อมูลต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์  แล้วเซิร์ฟเวอร์ตัวดังกล่าวจะจัดส่งข้อมูลต่อไปที่ไหน จึงเป็นที่มาของล็อกไฟล์ โดยแยกตามลักษณะบริการต่างๆ
 
ด้าน นางสาวนฤพร มหาแถลง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า  ในส่วนผู้ประกอบการและผู้ใช้คอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องตระหนักถึง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ใกล้ตัวผู้ประกอบการโดยตรง มีจุดมุ่งหมาย คือ การหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบธุรกิจอยู่ตรงกลาง ระหว่างการให้บริการแล้ว ในขณะเดียวกันต้องเป็นผู้เก็บพยานหลักฐานด้วยตาม พ.ร.บ. จึงควรศึกษารายละเอียดให้มากขึ้น รวมถึงวางแนวทางวิธีปฏิบัติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการรวมตัวกันของผู้ประกอบการให้เกิดเสียงที่มีน้ำหนักมากขึ้น โดยอาจมีการรวมตัวกันเป็นสมาคมวิชาชีพให้เกิดองค์กรที่แข็งแกร่ง
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการเสวนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมหลายคนได้เสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่ว่าจะเป็นจากกระทรวงเทคโนโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลนีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน และไม่กระทบต่อผู้ให้บริการที่สุจริต

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.

โครงการปัจจุบัน

โครงการ SpeedTest โครงการปัญญาไทย โครงการจิบกาแฟ ก้าวสู่วิชาชีพเว็บมาสเตอร์รุ่นเยาว์